หนังใหม่เข้าโรง

posted on 12 Nov 2009 23:11 by pengfeng69

The Brothers Bloom /พี่น้องบลูม รวมกันตุ๋นจุ้นละมุน
ประเภท :   Adventure, Comedy, Crime, Drama, Romance
นักแสดง : ราเชล ไวซ์, เอเดรียน โบรดี้, มาร์ค รัฟฟาโล่, ริงโกะ คิคูชิ 
ผู้กำกับฯ :  ไรอัน จอห์นสัน
วันเข้าฉาย : 5  พ.ย. 52

 

ขอต้อนรับเข้าสู่โลกของคู่พี่น้องตระกูลบลูม โลกที่การหลอกลวงคือศิลปะ และไม่มีสิ่งใดเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น สองพี่น้องมีฝีไม้ลายมืออันหาที่ติไม่ได้ ตลอดระยะเวลาหลายปีของการร่วมงานกัน บัดนี้ทั้งคู่ตัดสินใจทำงานชิ้นสุดท้าย ด้วยการวางแผนหลอกล่อสาวสวยรวยทรัพย์นิสัยประหลาดคนหนึ่ง ให้เดินเข้าสู่หลุมพรางที่ทำให้พวกเขาต้องออกเดินทางท่องไปทั่วโลก
เท่าที่จำความได้ สตีเฟ่น (มาร์ค รัฟเฟโล่) และบลูม (เอเดรียน โบรดี้) มีเพียงกันและกันตลอดมาตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่เป็นสิบแปดมงกุฎระดับชาติ ทั้งสองแบ่งปันทุกสิ่งร่วมกัน สตีเฟ่นเป็นคนคิดแผนการอันซับซ้อน ขณะที่บลูมผู้น้องยังคงใฝ่ฝันถึงการผจญภัยอันแท้จริง แบบที่ไม่ต้องพึ่งพาแผนการของพี่ชาย และเมื่ออยากวางมือ บลูมรับปากทำงานกับสตีเฟ่นเป็นครั้งสุดท้าย โดยเข้าไปตีสนิทกับเพเนโลพี (ราเชล ไวซ์) ทายาทมหาเศรษฐีจากนิวเจอร์ซีย์ จนเมื่อความสัมพันธ์เริ่มเบ่งบาน เพเนโลพีก็เชื่อว่าตนเองกำลังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ครั้งสำคัญที่สุดใน ชีวิต เธอและบลูม พร้อมด้วยสตีเฟ่น และแบงแบง (ริงโกะ คิคูชิ) ผู้ช่วยสาวของพวกเขา ร่วมเดินทางข้ามมหาสมุทรไปกรีซ และตระเวนไปทั่วโลก จากกรุงเอเธนส์ ไปกรุงปราก ไปเม็กซิโก สู่เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มก้าวเข้าใกล้จุดอันตราย บลูมจึงได้รู้ว่าแผนครั้งนี้ของพี่ชายคือแผนที่เสี่ยงตายที่สุดในชีวิตการ เป็นนักต้มตุ๋นของเขา
***เฉพาะโรงภาพยนตร์ APEX สยามสแควร์ และ SFW เซ็นทรัลเวิลด์***

สวย...ซามูไร
ประเภท :   Action, Thriller
นักแสดง : ธนภณ ทองเจือ, โสภิตา ศรีบาลชื่น, ศรัณยู วงษ์กระจ่าง, เกศริน เอกธวัชกุล 
ผู้กำกับฯ : มานพ อุดมเดช
วันเข้าฉาย : 5  พ.ย. 52
 

''กุนจา'' (โสภิตา ศรีบาลชื่น) ตำรวจสายลับสาวฝีมือฉกาจในหน่วยปฏิบัติการพิเศษซีไอเอ ถูกองค์กรของตัวเอง สั่งจับตายเพื่อปกปิดความลับสำคัญบางอย่าง หลังเสร็จสิ้นการปฏิบัติภารกิจลับครั้งใหญ่ที่ชายแดนของประเทศไทย แต่โชคยังดี เธอเอาชีวิตรอดมาได้ และเก็บตัวเงียบเพื่อรอคอย...วันล้างแค้น
สองปีต่อมา ข้อมูลลับของซีไอเอในทำเนียบขาวเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมวางระเบิดกรุงเทพฯ เพื่อป้ายสีขบวนการโจรก่อการร้ายในไทย เกิดรั่วไหลไปเข้าหู ''วายิบ'' (ศรัณยู วงษ์กระจ่าง) หัวหน้าโจรก่อการร้าย ทำให้เขาจำเป็นต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องขบวนการของเขาให้พ้นจากการถูก ใส่ร้ายครั้งนี้
ในขณะเดียวกัน ซีไอเอก็มอบหมายให้ ''แคลร์'' (แจ๊คกี้ อภิธนานนท์) มือสังหารหญิง-หัวหน้าหน่วยสายลับคู่ปรับเก่าของกุนจา พร้อมด้วย ''หน่วยพยัคฆ์ดำ'' ภายใต้การนำของทหารสายลับหญิง ''ศิรินทร์'' (เกศริน เอกธวัชกุล) และซามูไรนักฆ่า ''มาซารุ'' (พีท ทองเจือ) เข้ามาจัดการเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด เพื่อภาพลักษณ์ฮีโร่จอมปลอมที่โลก...ต้องยอมสยบ
เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องการโยนความผิดเพื่อปกปิดความลับ ฝ่ายหนึ่งต้องการเปิดโปงโฉมหน้าอันชั่วร้าย และอีกฝ่ายหนึ่งเผยตัวขึ้นอีกครั้งเพื่อกลับมาชำระแค้นส่วนตัวนั่นนำมาซึ่ง สถานการณ์อันเลวร้ายในคืนที่มหานครศิวิไลซ์อย่างกรุงเทพฯ กำลังโดนก่อวินาศกรรมขั้นร้ายแรง พร้อมด้วยการไล่ล่าสังหารอันสุดแสนดุเดือดของ ''กุนจา, แคลร์ และศิรินทร์'' สามสาวสายลับฝีมือระดับพระกาฬที่ต้องเดิมพันภารกิจนี้ด้วยชีวิตของ...พวกเธอ ...ระเบิดเวลาทำลายล้างครั้งใหญ่กำลังถูกเปิดสวิตช์นับถอยหลัง

The Box /กล่องเศรษฐี!! เปิดรวยเปิดตาย
ประเภท :    Horror, Sci-Fi, Thriller
นักแสดง : คาเมรอน ดิแอซ, เจมส์ มาร์สเดน, แฟร้งค์ แลงเกลล่า
ผู้กำกับฯ :  ริชาร์ด เคลลี่
วันเข้าฉาย : 5  พ.ย. 52
 

เมื่อครอบครัว Lewis ได้ของขวัญเป็นกล่อง 1 ใบ ที่ตั้งเอาไว้ที่หน้าประตูบ้าน พร้อมจดหมายที่บอกว่าจะติดต่อมาอีกครั้ง และแล้วก็มีบุรุษลึกลับ (แฟร้งค์ แลงเจลล่า) ที่มีแผลเป็นอันน่ากลัวบนใบหน้า มายื่นข้อเสนอเป็นเงิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ต้องแลกกับ 1 ชีวิตที่ไม่รู้จักที่จะต้องตาย โดยที่ทั้งคู่แค่กดปุ่มสีแดงบนกล่อง นับตั้งแต่วินาทีนั้นชีวิตของ Norma (คาเมรอน ดิแอซ) และ Arthur (เจมส์ มาร์สเดน) ตกอยู่ในความตายที่วนเวียนตามติดไปทุกที่ ปริศนาที่ชักนำมัจจุราชได้คืบคลานเข้ามาใกล้จนประชิดติดลมหายใจ

Funny People
ประเภท : Comedy
นักแสดง : อดัม แซนด์เลอร์, เซธ โรแกน, เลสลี่ แมนน์, เอริค บานา, โจนาห์ ฮิลล์
ผู้กำกับฯ : จัดด์ อพาโทว์
วันเข้าฉาย : 5  พ.ย. 52

 

จอร์จเป็นสแตนด์อัพคอเมเดียนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาได้รู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายแรงทางเลือดที่รักษาไม่หาย และจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงปี อิราเป็นสแตนด์อัพคอเมเดียนที่กำลังตะกายดาว เขาทำงานที่ร้านอาหาร และยังคิดไม่ออกว่าจะแสดงบนเวทีในรูปแบบไหน คืนหนึ่งทั้งคู่ได้แสดงที่คลับเดียวกัน และจอร์จก็สังเกตเห็นอิรา จอร์จก็เลยจ้างอิราให้เป็นทั้งกึ่งๆ ผู้ช่วยส่วนตัวและเพื่อนของเขา

ข่าวโดย siamdara.com

และอย่างที่หลายๆ คนทราบกัน หรือหลายคนเพิ่งจะมาทราบหลังจากเกิดฟอร์เวิร์ดเมลสุดฮิตที่ส่งต่อกระจายไป ทั่วโลกเกี่ยวกับคำทำนายต่างๆ ที่ว่ากันถึงหายนะโลก และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งคำทำนายที่มีคนพูดถึงกันมาตลอด เมื่อหลายศตวรรษก่อน ชาวเผ่ามายัน ได้ทิ้งคำทำนายเอาไว้ โดยมีการระบุวันอย่างชัดเจนถึงเหตุหายนะที่จะเกิดกับโลก
นับ แต่นั้นมา นักโหราศาสตร์ได้ค้นพบเรื่องนี้ นักคณิตศาสตร์ได้ค้นพบรูปแบบตัวเลขที่คาดเดาเหตุการณ์ และนักธรณีวิทยาบอกว่าโลกสุดจะรับไหวแล้ว แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลก็ยังไม่อาจปฏิเสธถึงการเปลี่ยนแปลงอย่าง รุนแรงที่เฝ้ารอคอยโลกอยู่ในปี 2012 
บัดนี้ คำพยากรณ์ที่ชาวเผ่ามายันได้เริ่มต้นเอาไว้ ได้ถูกนำมาถกเถียง วิเคราะห์กันอย่างละเอียด ซึ่งเราจะรู้ผลที่แท้จริงได้ก็ต่อเมื่อปี 2012 มาถึง เท่ากับว่าพวกเราได้รับคำเตือนล่วงหน้าแล้ว
ไอเดียในการ สร้างหนัง 2012 เริ่มบังเกิดกับ แฮรัลด์ โคลสเซอร์ ซึ่งเป็นทั้งมือเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างหนัง รวมทั้งเป็นทีมเขียนบทร่วมกับโรแลนด์ เอ็มเมอริช ''ทุกอารยธรรมบนโลกต่างมีตำนานมากมาย'' โคลสเซอร์ ว่าเอาไว้ ''หลายสิ่งหลายอย่างผิดไปจากเดิม สังคมปั่นป่วน โลกเหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกรอบ หลายคนมีโอกาสครั้งที่ 2 ที่จะได้เริ่มต้นวัฒนธรรมใหม่ สังคมใหม่ และอารยธรรมใหม่''
ไอ เดียที่ทั้งโคลสเซอร์และเอ็มเมอริชค้นพบว่าเป็นจุดที่น่าสนใจ ก็คือปฏิทินเวลาของชาวมายันนั้นถูกกำหนดให้มาถึงจุดสิ้นสุดของวัฏจักรรอบที่ 13 ในวันที่ 21 ธันวาคม ปี 2012 หลังจากวันนั้น ไม่มีบันทึกใดๆ เขียนเอาไว้อีก ซึ่งแน่นอนว่า มันทำให้เกิดความสงสัยว่า ถ้าปฏิทินไม่ระบุถึงวันหลังจากนั้น แล้วอะไรล่ะที่จะติดตามมา
''คุณ จะพบคนเป็นล้านๆ คน ที่เชื่อว่าในปี 2012 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสังคม หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงจิตวิญญาณ'' โคลสเซอร์พยายามย้ำ และความยิ่งใหญ่ของไอเดียเหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขา และเอ็มเมอริชจรดปลายปากกาเขียนบทภาพยนตร์ขึ้นมา
กุญแจสำคัญ สำหรับเอ็มเมอริช ผู้กำกับฯ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากหนังโกยเงินทั่วโลกอย่าง Independence Day และ The Day After Tomorrow ก็คือการหาวิธีที่จะทำให้ 2012 แตกต่างไปจากหนังหายนะยิ่งใหญ่เรื่องอื่นๆ ''ยิ่งผมคุยกับแฮรัลด์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องของเรื่องนี้เท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกว่านี่คือเรื่องที่ผู้คนในปัจจุบันสามารถอินไปด้วยได้ มีองค์ประกอบทั้งในเชิงปรัชญาและการเมือง ที่ผมคิดว่าสามารถเพิ่มเข้าไปในองค์ประกอบที่ว่ากันถึงภัยพิบัติได้''
จอห์น คูแซ็ค เข้ามารับบทเป็น แจ็คสัน เคอร์ติส นักเขียนผู้ซึ่งการอุทิศตนให้กับหนังสือนิยายที่สนุกแต่ล้มเหลว ได้ทำลายชีวิตแต่งงานของเขาลง แต่ถึงกระนั้นแจ็คสัน ก็ยังเป็นพ่อที่ดีประเภทที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยครอบครัวของเขาเอาไว้ให้ ได้ อแมนด้า พีต รับบทเคต อดีตภรรยาของแจ็คสัน ที่ยังคงเป็นเพื่อนกับแจ็คสัน แต่ขณะเดียวกันเธอก็เบื่อที่ต้องคอยแย่งชิงความสนใจของเขามาจากงาน
ขณะ ที่พื้นโลกเริ่มขยับตัว ส่งผลทำลายแอลเอ แจ็คสัน และครอบครัวจึงต้องเริ่มการเดินทางทั้งทางบกและอากาศเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ พบกับโลกใหม่
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลมีแผนการ เตรียมพร้อมไว้แล้ว พวกเขาคงไม่สามารถรักษามวลมนุษย์เอาไว้ได้ทั้งโลก แต่พวกเขาสามารถรักษาชีวิตคนบางส่วนที่มีโอกาสจะเริ่มสร้างสังคมขึ้นใหม่ได้ ประธานาธิบดี โธมัส วิลสัน ซึ่งรับบทโดย แดนนี่ โกลเวอร์ เข้าใจถึงวิกฤตที่โลกกำลังเผชิญอยู่ เขาตัดสินใจป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายของผู้คนด้วยการเก็บข้อมูลเหล่านี้ ไว้เป็นความลับ ขณะที่ แธนดี้ นิวตัน รับบทเป็น ลอร่า ลูกสาวของประธานาธิบดีที่ช็อกเมื่อรู้ว่ารัฐบาลของพ่อของเธอปิดบังข้อมูล อะไรไว้ไม่ให้ชาวโลกได้รับรู้
อันที่จริง ดูเหมือนชายเพียงคนเดียวที่ไม่ใช่คนของรัฐบาลที่รู้เงื่อนงำถึงสิ่งที่กำลัง จะเกิดขึ้นกับโลก ก็คือนักจัดรายการวิทยุ ชาร์ลี ฟรอสต์ (วูดี้ ฮาร์เรลสัน) ซึ่งพยายามเผยแพร่การคาดการของเขาให้กับทุกคนที่ยอมเปิดหูรับฟัง
บท หนังที่โคลสเซอร์กับเอ็มเมอริชเขียนขึ้นมานั้น ถือเป็นงานสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เอ็มเมอริชเคยพยายามสร้างมา และเพื่อจะนำบทหนังที่นำเสนอเหตุการณ์ยิ่งใหญ่เหล่านี้มาขึ้นจอ เอ็มเมอริชต้องรวบรวมทีมงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ และวิชวลเอฟเฟกต์เก่งๆ จำนวนมากเข้ามาช่วยงาน เพื่อให้เขามีอิสระที่จะเลือกว่าจะนำเสนอภาพออกมาบนจอให้ดีที่สุดได้อย่างไร
  
''เป้า หมายก็คือคนดูจะบอกไม่ได้เลยว่า อันไหนคือสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาจริงๆ และอันไหนคืองานวิชวลเอฟเฟกต์ที่ทำขึ้นในคอมพิวเตอร์'' แบร์รี่ ชูซิด ซึ่งทำหน้าที่เป็นโปรดักชั่นดีไซเนอร์ของหนังกล่าว ''หวังว่าสุดท้าย เมื่อคุณดูหนังเรื่องนี้จบแล้วคุณจะต้องถามว่า ''พวกเขาไปเจอภูเขาที่จะสร้างฉากเหล่านี้ขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย''
ตัวอย่าง เช่น ทางทีมงานต้องสร้างเวทีที่เป็นพื้นที่สั่นสะเทือนได้ขึ้นในลานกลางแจ้ง โดยมีการสร้างฉากขนาดใหญ่ขึ้นบนแท่นที่สามารถขยับได้ ''โรแลนด์ ยกฉากถนนของทั้งเมืองที่มีทั้งต้นปาล์ม ร้านค้าต่างๆ เอาไปตั้งเอาไว้บนแท่นขนาดยักษ์ แล้วก็พูดกับคุณว่า ''คุณต้องวิ่งตัดข้ามมันไป เข้าไปในรถ แล้วขับออกไปนะ'' คูแซ็ค เล่าอย่างใส่อารมณ์ ''ผมทั้งต้องลุยน้ำ ลุยไฟ คลุกดิน เจอขี้ฝุ่น แผ่นดินไหว เรียกว่าเจอทุกอย่างที่คุณคิดได้เลย ผมได้ขับยานพาหนะทุกชนิดที่คุณคิดออกเพื่อหนีให้พ้นจากหายนะทุกอย่างที่คุณ จินตนาการได้ด้วย''
    
สิ่งที่ช่างไม้สร้างขึ้นมาไม่ได้จะ ถูกสร้างโดยฝีมือของคอมพิวเตอร์แอนิเมเตอร์ และเพื่อนำจินตนาการของเอ็มเมอริชขึ้นจอให้ได้ มีแต่เทคนิคการสร้างภาพด้วยคอมพิวเตอร์เท่านั้นที่สามารถตอบสนองได้ ''มันไม่ได้ยากอย่างที่ผมคิดเอาไว้'' คูแซ็ค อธิบายต่อ ''โรแลนด์มีทุกอย่างที่วางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว และเขาสามารถแสดงให้คุณเห็นด้วยว่า ภาพจะออกมาเป็นอย่างไรเมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขามีความเชื่อมั่นว่า งานนี้ต้องสนุกแน่กับการจินตนาการถึงสิ่งที่เขานึกฝันถึงอยู่''
     
''ทุกอย่าง เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ล้วนน่าดูในสายตาผม'' มาร์ค ไวเกิร์ต ซึ่งทำหน้าที่เป็นวิชวลเอฟเฟกต์ซูเปอร์ไวเซอร์ รวมถึงยังเป็นผู้อำนวยการสร้างร่วมของหนังด้วย เล่าถึงการทำงาน ''กว่าครึ่งของหนังเรื่องนี้เป็นงานวิชวลเอฟเฟกต์ ผมว่าโรแลนด์พบวิธีที่จะใส่หายนะทางธรรมชาติแทบทุกอย่างเข้าไปในหนังเรื่อง นี้ แอลเอโดนทำลายโดยแผ่นดินไหวขนาด 10.5 ริกเตอร์ แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้การทำงานกับโรแลนด์เป็นเรื่องสนุกก็คือ เขานำสิ่งที่แปลกใหม่ แตกต่างมาใส่เอาไว้ในทุกฉาก คุณอาจคิดว่า -''หืม ฉันเคยดูหนังที่พูดถึงแผ่นดินไหวมาแล้ว''- ไม่เลย รับรองคุณยังไม่เคยเห็นมาก่อนแน่''
ไมก์ เวไซน่า ซึ่งเป็นสเปเชียลเอฟเฟกต์ ซูเปอร์ไวเซอร์ บอกว่า ก่อนที่แต่ละชอตจะถูกถ่ายทำ ก่อนที่จะมีการสร้างฉากขึ้นมา ก่อนจะมีการวางแผนงานสตั๊นต์ต่างๆ ทางทีมผู้สร้างต้องตัดสินใจให้ได้ก่อนว่า ฉากไหนจะสร้างด้วยคอมพิวเตอร์ ด้วยงานวิชวลเอฟเฟกต์ และฉากไหนจะถูกสร้างขึ้นด้วยงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ ซึ่งถ่ายทำกันในโรงถ่าย
   
เวไซน่า คือคนที่รับผิดชอบการเขย่าฉากทั้งหมด ''เราใช้ลวดสลิงที่ใหญ่ที่สุดที่ผมเคยเห็นมา'' เวไซน่า เล่า ''เราต้องใช้เหล็กถึง 500,000 ตัน เพื่อสร้างเครื่องมือ โรแลนด์ อยากเห็นทุกอย่างที่เหมือนจริงทั้งหมด ดังนั้น เอฟเฟกต์ทุกอย่าง ตั้งแต่ฉากแผ่นดินไหว ฉากคนวิ่งหนีออกจากบ้าน เราต้องสร้างฉากของจริงที่ลอยและเขย่าสั่นได้ เรามีฉากเวทีขนาด 8,000 ตารางฟุต เพื่อให้เขาสามารถสร้างฉากบนนั้น จัดวางรถ เครื่องบิน ทุกอย่างจะต้องสั่นไหวได้อย่างเหมาะสมเหมือนจริงที่สุด ทำให้เป็นเรื่องง่ายที่เขาจะทำให้นักแสดงรู้สึกเหมือนจริงเวลาเกิดแผ่นดิน ไหวรุนแรงขนาดนั้น''
ความท้าทายทางร่างกายอีกอย่างหนึ่งที่นัก แสดงต้องเจอก็คือการทำงานในน้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวละครในเรื่องต้องเจอในองก์ที่ 3 หลายฉากถูกสร้างขึ้นมา แต่ละฉากจะมีแท็งก์น้ำเฉพาะ นักแสดงและทีมงานจะต้องปีนขึ้นไปบนบันไดสูงเพื่อไปให้ถึงฉาก และเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องลงน้ำ ทั้งฉากจะถูกลดระดับลงมาให้ค่อยๆ จมลงไปในแท็งก์น้ำขนาดยักษ์
''เราสร้างแท็งก์น้ำที่มีลักษณะ แตกต่างกันขึ้นมา 3-4 แท็งก์ ซึ่งจะใช้สำหรับงานที่ต่างกัน เรามีทางเดินที่เราเรียกกันว่าทางเดินแผ่นดินไหว และมีแท็งก์น้ำ เราจะให้คนวิ่งไปตามทางเดินนั้น จากนั้นก็เทน้ำจากแท็งก์ลงไป โดยเราต้องใช้น้ำครั้งละ 8,000-10,000 แกลลอน เพื่อให้น้ำไหลไล่กวดคนพวกนี้และจมทางเดินไป ฉากทั้งหมดจะถูกยกขึ้นและใส่ลงไปในแท็งก์น้ำขนาด 12 ฟุต''
เมื่อ ต้องมีการปรับแสงหรือปรับกล้อง ทั้งฉากและนักแสดงจะถูกยกขึ้นจากน้ำ ทีมงานส่วนอื่นๆ ทำการปรับแต่งไฟและกล้องตามต้องการ ก่อนที่ทีมงานและนักแสดงจะต้องเข้าไปยืนอยู่ในฉาก และลดฉากลงในน้ำตามเดิม ''มันประหลาดมากเลยนะ'' คูแซ็ค ยอมรับ ''เรื่องน้ำเป็นงานยากมาก แต่ผมก็ชอบน้ำนะ ผมว่ามันเท่ คุณเกิดความรู้สึกว่ามันกำลังจม เพราะกล้องจมลงไปในน้ำด้วย''
ไวเกิร์ต ออกมากล่าวอธิบายถึงความยากลำบากของงานที่พวกเขาต้องเจอว่า ''หนึ่งในสิ่งที่ท้าทายมากที่สุด ก็คือจำนวนและความแตกต่างของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ ทั้งแผ่นดินไหว แผ่นดินแยก เมืองต่างๆ ถูกทำลาย น้ำท่วม ภูเขาไฟระเบิด หายนะแต่ละอย่างต้องการการออกแบบเฉพาะ เราต้องทำการค้นคว้าและพัฒนาหลายอย่างขึ้นมาในแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำมา ก่อน'' 
''ทุกวันนี้เห็นได้ชัดว่า งานวิชวลเอฟเฟกต์นั้นดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ขณะเดียวกัน คนดูก็ฉลาดขึ้น และสามารถจับผิดได้แม้แต่ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้น เราจึงต้องรักษาระดับคุณภาพ และทำให้แน่ใจว่าไม่ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ มันจะต้องเชื่อมต่อกันแบบเนียบเรียบร้อยเปอร์เซ็นต์ หลายอย่างที่เรากำลังทำกันอยู่นี้ยังเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้ด้วยซ้ำ ถ้าถูกสร้างขึ้นมาเมื่อสองปีก่อน''
ไวเกิร์ตยังพูดถึง จินตนาการของโรแลนด์ เอ็มเมอริช ด้วยว่า ''โรแลนด์ เอ็มเมอริช เป็นผู้ให้ความบันเทิงตัวจริง เขารู้ดีว่าเขาจะทำหนังแบบไหน เขาอยากจะสร้างความพอใจให้กับคนดู โรแลนด์ต้องการนำเสนอความแปลกใหม่และแตกต่าง นั่นคือสิ่งที่ดีสำหรับพวกเรา เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้พวกเราเดินหน้าทำงานต่อไป มันคงน่าเบื่อแย่ถ้าเราต้องทำเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ตอนนี้เรามีงานใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน เรื่องใหม่ๆ ที่เราต้องค้นคว้าหาข้อมูล เรามักจะยืนอยู่ตรงนั้

ข่าวโดย siamdara.com

 

 

ชื่อเจ้าพ่อหนังแนวอย่าง ''หว่อง กา ไว'' กับหนังกำลังภายในฟังดูแล้วเหมือนจะไปด้วยกันไม่ได้ แต่ในเมื่อ หว่อง กา ไว ริลองทำหนังกำลังภายใน แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นใน ASHES OF TIME หรือ ''มังกรหยก ศึกอภิมหายุทธ'' อันเป็นมังกรหยกเวอร์ชั่นที่ดูไม่รู้เรื่องมากที่สุด และก็เป็นมังกรหยกฉบับภาพยนตร์ที่ลึกซึ้งมากที่สุดเช่นกัน
โดยปกติแล้วมังกรหยกที่เราได้เห็นตามละครหรือภาพยนตร์ทั่วไปก็จะ เน้นความสนุกสนานและฉากต่อสู้ของเหล่าจอมยุทธ์ซึ่งถือเป็นจุดขายของหนังแนว นี้ แต่สำหรับ  ASHES OF TIME สิ่งเหล่านั้นแทบจะไม่บังเกิดในหนัง เพราะนี่คือมังกรหยกที่ถ่ายทอดจิตใจของตัวละครที่ต่างมีอดีตความรักอันเจ็บ ปวด ซึ่งเขาเหล่านั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น 3 ใน 5 ยอดฝีมือระดับตำนานในมังกรหยก อาทิ อาวเอี๊ยงฮง (พิษประจิม), อึ้งเอี๊ยซือ (มารบูรพา), อั้งชิดกง (ยาจกอุดร) รวมทั้งตัวละครปริศนาอย่าง ''ต๊กโกวคิ้วป้าย'' และมือกระบี่นิรนาม
''หว่อง กา ไว'' ได้จินตนาการและตีความถึงความเป็นมาของเหล่าตัวละครดังกล่าวในวัยหนุ่ม สาวกว่าที่จะกลายมาเป็นยอดฝีมือที่เราคุ้นเคยกันดีในบทประพันธ์ของ ''กิมย้ง'' ซึ่งตัวละครเอกที่มีสัดส่วนมากที่สุดในหนังเรื่องนี้ก็คือ ''อาวเอี๊ยงฮง'' ผู้ร้ายในฉบับกิมย้ง แต่มาในเวอร์ชั่นนี้ได้ ''เลสลี่ จาง'' ได้มาพลิกโฉมให้จอมพิษแห่งทิศตะวันตกเป็นนายหน้าหานักฆ่าบนทะเลทราย และเป็นเพื่อนรักกับ ''อึ้งเอี๊ยะซือ'' ซึ่งทุกๆ หนึ่งปีจะนำเหล้ามาเยี่ยมเขาพร้อมกับข่าวคราวของอดีตคนรักที่ ณ เวลานี้กลายเป็นคนรักของพี่ชายตน
ขณะที่ ''อึ้งเอี๊ยซือ'' ผู้มีฉายาว่ามารบูรพา ก็มีความรักที่ไม่สมหวังซ่อนเร้นอยู่ในใจ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ได้สร้างบาดแผลในหัวใจให้กับใครคนหนึ่งซึ่งในเวลาต่อ มาความแค้นนั้นกลายเป็นกำเนิดของยอดกระบี่ปริศนาผู้มีนามว่า ''ต๊กโกวคิ้วป้าย''
นอกจากนี้ยังมี ''อั้งชิดกง'' ที่ หว่อง กา ไว รังสรรค์ให้เขาคนนี้แจ้งเกิดในยุทธภพด้วยการชักนำของ ''อาวเอี๊ยงฮง'' แต่ความแตกต่างทางด้านจิตใจของบุรุษทั้งสองทำให้ต่างคนต่างแยกทางและกลาย เป็นศัตรูคู่อาฆาตกันในที่สุด
อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่านี่คือมังกรหยกที่ลึกซึ้งและดูยากมากๆ หนังมีการตัดต่อลำดับเรื่องราววกไปวนมาแบบไม่แคร์คนดู อย่างไรก็ตาม ภาพของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างงดงาม (ตามความรู้สึกส่วนตัว) แม้ดูแห้งแล้ง ขุ่นมัว แต่นั่นยิ่งช่วยเสริมความรู้สึกในจิตใจของตัวละครทุกตัวที่เต็มไปด้วยความ ทุกข์
จะว่าไปแล้ว ASHES OF TIME คือหนังเปลี่ยวเหงาในฉบับจอมยุทธ์ที่มีมาเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เคยเห็น มา และแน่นอนว่าหนัง หว่อง กา ไว จะต้องมีประโยคสุดจี๊ดที่เกี่ยวข้องกับความรักของมนุษย์ อย่างใน ''มังกรหยก ศึกอภิมหายุทธ'' ก็เช่นกันกับประโยคเด็ด ''ต๊กโกวคิ้วป้าย'' ที่ว่า ''ที่คนเรามีความทุกข์ ก็เพราะมีความจำที่ดีเกินไป''

 

 

ข่าวโดย siamdara.com